อธิบายแผนภาพ [4] Space-Time with the Classical Elements (เวลา-ปริภูมิ กับ ธาตุแบบดั้งเดิม)

                ธาตุในยูกิโอมีทั้งหมด 7 ธาตุ คือ 1) แสง 2) มืด 3) ลม 4) ดิน 5) ไฟ 6) น้ำ 7) เทพ

แต่ทว่า นอกจากนั้นแล้ว ยังมีมอนสเตอร์ประเภท Clear ที่ไม่มีธาตุ ขณะหงายหน้าอยู่บนสนามอยู่อีกด้วย

คราวนี้ก็มาถึงความสัมพันธ์ของธาตุกับเวลา-ปริภูมิ หรือ สถานที่ก็ได้ สำหรับในหัวข้อนี้

กาลเวลา [Time] (แนวตั้ง)

[1] อดีต Past 

- ธาตุมืด <Graveyard> สุสาน เป็นดินแดนที่มอนสเตอร์ถูกกลบฝัง มอนสเตอร์ธาตุมืด มักจะเกี่ยวข้องกับสุสานเสมอ สามารถอัญเชิญเพื่อนลงมาบนสนามได้เป็นกลุ่ม มีพลังโจมตีสูง แต่พลังป้องกันน้อย

- ธาตุแสง <Banished Zone> แดนเนรเทศ หรือ โซนนอกเกม มอนสเตอร์ธาตุแสง มักจะมีเอฟเฟค เปิดการ์ดแสดงให้เห็น เหมือนแสงที่เปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่ 

ถึงแม้ความมืดกับแสงสว่างดูเหมือนจะตรงข้ามกัน แต่เมื่อแสงสว่างจ้ามาก เราก็มองอะไรไม่เห็นไม่ต่างจากความมืดเลย และยังเปรียบกับเทคโนโลยีในนิยายวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับแสง สามารถทำให้เคลื่อนย้ายจากที่เดิมไปอยู่ที่อื่นอีกด้วย (วอร์พ: Warp)

ธาตุแสงที่เปรียบกับโซนนอกเกม ก็เหมือนการไปสู่สรวงสวรรค์ ดังนั้น มอนสเตอร์ที่ไปอยู่บริเวณนั้น ก็เหมือนได้ไปอยู่ที่สงบ ไม่อยากกลับมาอีกแล้ว หรือไปมิติอื่นจนยากจะกลับที่เดิมได้

นอกจากนั้น ยังเปรียบกับสุสานที่ใช้วิธีการฝังศพ แต่ในส่วนนี้จะใช้วิธีการเผาในการจัดการกับศพแทน

ทั้งธาตุมืดและธาตุแสง มักจะมีเอฟเฟคที่เกี่ยวข้องกันในเชิงขัดแย้ง เมื่ออีกฝ่ายได้เปรียบ อีกฝ่ายก็จะเสียเปรียบแทน โดยทั้งสุสานและโซนนอกเกม ต่างก็เป็นบริเวณที่มอนสเตอร์ได้ถูกใช้ผ่านไปแล้วเป็นอดีตนั่นเอง

*******

[2] ปัจจุบัน Present 

- ธาตุดิน <Monster Zone> โซนมอนสเตอร์ บริเวณนี้เป็นที่ปรากฏตัวของเหล่ามอนสเตอร์ทั้งหลาย จึงเสมือนแนวหน้าในการต่อสู้ มอนสเตอร์ธาตุดินโดยปกติจะมีพลังป้องกันสูง

- ธาตุลม <Hand, Spell/Trap Zone, Field Zone and Pendulum Zone> มือ, โซนเวทมนตร์/กับดัก โซนสนาม และโซนเพนดิวลัม การ์ดเวทมนตร์มีพื้นหลังเป็นสีเขียวเหมือนกับธาตุลม มักเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติจากลมพายุ (วาตภัย) ที่ทำให้การ์ดที่อยู่ในโซนเหล่านี้ถูกเป่ากลับขึ้นมือ หรือ ถูกทำลายอยู่เสมอ ซึ่งแม้แต่มอนสเตอร์ธาตุลมก็มักจะมีเอฟเฟคในแนวนี้ด้วย ส่วนเพนดิวลัมโซน เมื่อวาง/เซตมอนสเตอร์เพนดิวลัมลงไป ก็จะนับเป็นการ์ดเวทมนตร์ต่อเนื่องที่หงายหน้าอยู่บนสนาม

ทั้งธาตุดินและธาตุลม ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เห็นถึงความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน แต่ก็มีการ์ดที่แสดงถึงธาตุทั้งสองนี้พร้อมกันด้วย เช่น Milus Radiant และ Bladefly ที่แสดงให้เห็นว่า เมื่ออีกฝ่ายได้เปรียบ อีกฝ่ายก็จะเสียเปรียบแทนด้วยเช่นกัน โดยโซนทั้งหมดของธาตุดินและลม ต่างก็เป็นบริเวณที่มอนสเตอร์ และการ์ดเวทมนตร์/กับดัก ปรากฏตัวให้เห็นอยู่ ณ ช่วงที่เล่นเป็นขณะปัจจุบัน สำหรับการ์ดในมือ เหมือนกับธาตุลม ถึงเราจะมองไม่เห็น แต่เราสามารถรับรู้ได้ว่ามันมีอยู่

*******

[3] อนาคต Future 

- ธาตุน้ำ <Main Deck> เด็คหลัก เปรียบเหมือนกับห้วงมหาสมุทร ที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ ถ้าเราไม่ดำน้ำลงไป ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลในโลกใบนี้ โดยมอนสเตอร์เปรียบกับสิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ จุลชีพ ฯลฯ เวทย์มนตร์ คือ สภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ส่วนกับดักก็คือ ความสวยงามที่มักจะมีอันตรายแอบแฝงอยู่เสมอ เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด

* เด็คหลัก สำหรับมอนสเตอร์จะมีเพียง Standard คือ มอนสเตอร์ปกติ มอนสเตอร์เอฟเฟค และมอนสเตอร์พิธีกรรม รวมไปถึงมอนสเตอร์เพนดิวลัมที่อยู่ในเด็คหลักนี้

โดยเปรียบได้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตามระดับความลึกของน้ำแตกต่างกันไป คือ

มอนสเตอร์ปกติ = สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้แถบผิวน้ำ ยังพึ่งพาแสงอาทิตย์อยู่

มอนสเตอร์เอฟเฟค = สิ่งมีชีวิตที่เริ่มอยู่ไกลจากผิวน้ำ ลึกลงไปอีกมาก มักมีอันตรายซ่อนอยู่ในตัว

มอนสเตอร์พิธีกรรม = สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก อยู่ในที่มืดมิด และมีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดต่างจากสิ่งมีชีวิตทั่วไปมาก เปรียบเหมือนที่ต้องใช้เวทมนตร์ในการอัญเชิญโดยเฉพาะ

* มอนสเตอร์ธาตุน้ำ มักจะมีเอฟเฟคหาการ์ดมาไว้ในมือ ล็อค กัก หรือ คอยควบคุมอีกฝ่ายให้ความคล่องตัวลดลง หรือ เพิ่มพลังโจมตีแล้วลดเลเวลตัวเอง และเป็นเพียงธาตุเดียวที่ไม่มีเลเวลมอนสเตอร์

- ธาตุไฟ <Extra Deck> เด็คพิเศษ เปรียบเหมือนกับการอัญเชิญมอนสเตอร์แบบพิเศษจากเอกซ์ทราเด็ค ที่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบ ซึ่งมีมอนสเตอร์พิเศษ 3 อย่างเท่านั้นคือ ฟิวชั่น ซิงโคร และเอกซ์ซีส

* มอนสเตอร์ธาตุไฟ มักจะมีเอฟเฟคในการลด Life Points (ภาษาในวงการการ์ด เรียกว่า เผา: burn) และมีพลังป้องกัน 200 เป็นส่วนใหญ่

โดย Material (วัตถุดิบ) คือ ส่วนประกอบต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้นำมาทำอาหาร และมักใช้ไฟที่ให้ความร้อนในการทำ หรือ สิ่งที่เตรียมไว้ในการผลิตสินค้าในเชิงอุตสาหกรรม หรือ เรื่องราว ประสบการณ์ที่นักเขียนเสาะหามาเตรียมสะสมไว้เพื่อแต่งบทความหรือหนังสือ

ทั้งธาตุน้ำและธาตุไฟ มักจะมีเอฟเฟคที่ขัดแย้งกัน โดยทั้งเด็คหลักและเด็คพิเศษ ต่างก็เป็นบริเวณที่มอนสเตอร์ถูกคว่ำไว้อยู่ ซึ่งเราต้องจั่วการ์ดมาไว้ในมือ หรือ ใช้เอฟเฟคทำการค้นหา หรือ ถูกส่งลงสุสานและออกนอกเกม หรือ อัญเชิญแบบพิเศษจากเด็คและเอกซ์ทราเด็ค มันจึงเป็นอนาคตที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราว่าจะทำเช่นไร หรือถูกอีกฝ่ายทำให้เป็นเช่นนั้น

* มันจึงทำให้เราเข้าใจปรัชญาอย่างหนึ่งที่แฝงในเกมการ์ดที่ว่า อนาคตที่น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่จริง ๆ เราเองนั่นแหล่ะที่สร้างหรือกำหนดมันขึ้นมาเอง (เลือกการ์ดมาประกอบเป็นเด็คทั้งสอง) ซึ่งในขณะที่เล่น เราจะเลือกตัดสินใจอย่างไรจากสิ่งที่มีอยู่ และทำอะไรได้บ้างในสถานการณ์นั้น ๆ นั่นคือ โอกาสและความเป็นไปได้ที่เราเลือกไว้แล้ว

* พื้นหลังเหมือนกับแผนภาพที่ [2]

อดีต พื้นหลังเป็นภาพอักษรไฮเออโรกลิฟฟิค [Hieroglyphic] ของอียิปต์โบราณ

อนาคต พื้นหลังเป็นภาพเทคโนโลยีชั้นสูง [High-Tech] จากโลกอนาคต

ปัจจุบัน พื้นหลังเป็นภาพทุ่งหญ้า ท้องฟ้าสีคราม ลมพัดเย็นสบาย แหล่งธรรมชาติอันสวยงามที่ทำให้เรารู้สึกสงบผ่อนคลาย นั่นเป็นช่วงขณะที่เราไม่นึกถึงอดีต และไม่กังวลไปกับอนาคต อยู่กับช่วงยามขณะนั้น

* รูปทรงความสัมพันธ์ของธาตุเป็นรูปหกเหลี่ยม เหมือนกับรูปผลึกใสที่มีในการ์ด Clear World และรูปทรงหกเหลี่ยมของการอัญเชิญเพนดิวลัมในแนวนอน ซึ่งทั้งสองต่างก็ไม่ได้ยึดอยู่กับธาตุ (สำหรับ Clear) และรูปแบบการอัญเชิญ (สำหรับเพนดิวลัม) อย่างใดอย่างหนึ่งเฉพาะเหมือน ๆ กัน

*******

ปริภูมิ [Space] (แนวนอน)

1)  แสงไฟ คือสิ่งเดียวกัน ไฟให้แสงสว่างและความร้อน

มิติพิเศษ [Extra Dimension]

เอกซ์ทราเด็คอยู่มุมซ้ายล่างสุดของแผ่นรองเล่น [Playmat] ขณะที่โซนนอกเกมโดยส่วนใหญ่มักจะอยู่มุมขวาบนสุดนอกแผ่นรองเล่น ทั้งสองต่างอยู่ตรงข้ามคนละฟากในแนวทแยงกัน

ความเหมือนกันระหว่างโซนนอกเกมกับเอกซ์ทราเด็ค ก็เหมือนมอนสเตอร์ เวทมนตร์/กับดักเหล่านั้นได้ไปอยู่ที่อื่นหรือมิติอื่นที่มอนสเตอร์พิเศษในเอกซ์ทราเด็คอยู่ก่อนแล้ว (แต่คนละที่/มิติ) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ยากจะกลับมาได้

การ์ดที่อยู่เอกซ์ทราเด็คจะคว่ำหน้า ยกเว้นการ์ดเพนดิวลัม ส่วนการ์ดที่อยู่นอกเกมจะหงายหน้า

2) มืดน้ำ เปรียบกับทะเลและมหาสมุทรที่ยิ่งลึกก็ยิ่งมืด แสงอาทิตย์สาดส่องไม่ถึง

แดนสนธยา [Twilight Zone] คือ แดนที่เสมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกลับและมีปัญหาสลับซับซ้อนแอบแฝงให้น่าสงสัยอยู่มาก หรือเรียกอีกอย่างว่า ดินแดนลี้ลับ ที่ไม่มีคนรู้จักหรือไม่มีคนเคยไป ซึ่งคำว่า สนธยา หมายถึง ยามพลบค่ำ ช่วงรอยต่อระหว่างกลางวันกับกลางคืน เวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น ยามอัสดง ย่ำค่ำ พลบค่ำ โพล้เพล้

สุสานคงเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้ว เพราะเป็นสถานที่มนุษย์ที่เสียชีวิตไปแล้วถูกฝังอยู่ที่นี่ จึงไม่ค่อยมีมนุษย์เป็น ๆ คนไหนจะอยากไปอยู่ด้วยซักเท่าไหร่ นอกจากคนเฝ้าสุสานหรือที่เราเรียกเขาว่า สัปเหร่อ

ทะเลและมหาสมุทร เป็นดินแดนที่แม้ในปัจจุบันก็ยังสำรวจได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งต่างจากอวกาศที่มนุษย์ยังรู้จักมากกว่า จึงมีความลึกลับมากมายซ่อนอยู่ภายใต้ผืนน้ำเหล่านั้นที่ยังรอการค้นพบให้เราได้รู้จัก

สุสานและเด็คหลัก ทั้งคู่อยู่ในตำแหน่งขวามือของแผ่นรองเล่น ที่ต่างกันคือ การ์ดที่อยู่เด็คหลักจะคว่ำหน้า ส่วนการ์ดที่อยู่ในสุสานจะหงายหน้า

3) ลมดิน ยังเป็นธาตุคู่เดิมโดยเปรียบกันเองทั้งแนวตั้ง (เวลา) และแนวนอน (ปริภูมิ)

อาณาเขต หรือ ดินแดน [Territorial] รวมอาณาเขตทางอากาศหรือน่านฟ้าหรือแม้แต่น่านน้ำไปด้วย

- ธาตุลม เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นแต่ยังรู้สึกได้ จึงอยู่สูงสุดเหนือทุกธาตุ แสดงถึงตำแหน่งการ์ดในมือ นอกเหนือจากการ์ดที่อยู่ในโซนเวทมนตร์/กับดัก โซนสนาม และโซนเพนดิวลัม ที่ปรากฏให้เห็นเบื้องล่าง และสามารถถูกพัดพาหายไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการถูกทำลายหรือกลับขึ้นมือ

- ธาตุดิน อยู่ต่ำสุดกว่าทุกธาตุ ทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงดึงดูดทุกสิ่งเข้าหาแล้วรองรับเอาไว้ ซึ่งไม่ว่าเราจะใช้การ์ดแบบไหนก็ตาม ก็เพื่อมาสนับสนุนมอนสเตอร์ที่อยู่ในโซนนี้โดยเฉพาะ

* โซนเพนดิวลัม เป็นตำแหน่งที่เชื่อมต่อทุก ๆ แห่งที่บอกมาทั้งหมดข้างต้น ยกเว้นธาตุแสง (โซนนอกเกม) ซึ่งตรงข้ามกับธาตุมืด อันเป็นคุณสมบัติของเพนดิวลัม [Connection]

* สำหรับธาตุเทพ คือ แก่นแท้ที่อยู่ภายในความสัมพันธ์ของธาตุ พื้นหลังเป็นสีทองของแสงอาทิตย์ เปรียบกับดวงอาทิตย์ที่อยู่ศูนย์กลางของระบบสุริยะ ความหมายก็คือ ผู้เล่น [Player] ที่คอยกำกับการแสดง (การเล่นการ์ด) ทั้งหมดไว้นั่นเอง

ยกตัวอย่างความสัมพันธ์ทั้งสามรูปแบบเปรียบเทียบกัน

- มอนสเตอร์เอฟเฟค ธาตุแสง สีแดง สีโทนร้อน จุดเริ่มต้น มังกรฟ้าโอซิริส อเทมที่ตามหาความทรงจำในอดีต

- มอนสเตอร์พิธีกรรม ธาตุมืด สีน้ำเงิน สีโทนเย็น จุดสิ้นสุด เทพพิทักษ์โอเบลิสค์ ไคบะที่ต้องการสร้างอนาคตอย่างที่หวังไว้

- มอนสเตอร์ปกติ ธาตุเทพ สีเหลือง อยู่ได้ทั้งสองวรรณะ จุดศูนย์กลาง มังกรเทพรา โจวโนะอุจิที่ยึดมั่นในสายสัมพันธ์มิตรภาพ

หมายเหตุ: การยกตัวอย่างของมอนสเตอร์ทั้งสาม เพื่อให้เห็นรายละเอียดอันแตกต่างกันสำหรับหัวข้อนี้เท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อมูลปกติ

*********************************************************

จากที่เคยกล่าวไว้ว่า ยูกิโอมีแก่นสำคัญอยู่ 5 อย่าง ซึ่งเมื่อนำธาตุต่าง ๆ ใส่เข้าไปแล้ว อาจจะจำได้ง่ายยิ่งขึ้น นั่นก็คือ

1) สี [Color] ธาตุดิน เกิดจากการสะท้อนแสงจากตัววัตถุ ทำให้มนุษย์เห็นเป็นสีต่าง ๆ

2) ทวิ, เป็นคู่ [Dual] ธาตุน้ำ ที่เปลี่ยนแปลงไปมาไม่แน่นอนเหมือนน้ำที่เป็นของเหลว

3) สัญลักษณ์ [Sign] ธาตุไฟ เหมือนการใช้ไฟแสดงสัญญาณในสมัยก่อน หรือ หลอดไฟสัญญาณในปัจจุบัน

4) การเล่นคำ [Pun] ธาตุลม ชื่อของการ์ดที่ถึงแม้เราจะไม่เห็นตัว แต่เราก็รู้ได้ว่าเป็นอะไร

- อัตลักษณ์ [Identity] ธาตุแสง ลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันของการ์ด เช่น รูปภาพในการ์ดที่เราเห็น และรายละเอียดอื่น ๆ ที่บอกไว้บนการ์ด

- ความสัมพันธ์ [Connection] ธาตุมืด สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังที่การ์ดนั้นเชื่อมโยงอยู่ด้วย นั่นก็คือ Trivia เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย, เกร็ดน่ารู้ ความเป็นมาต่าง ๆ ของการ์ด รวมถึง Archetype ที่เรียกกันว่า ธีมเด็คนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า ธาตุพื้นฐานในธรรมชาติทั้งสี่ พอรวมกันแล้วจะบ่งบอกถึงตัวตนและความเป็นมาของการ์ด  ซึ่งเป็นความหมายของธาตุแสงและธาตุมืดที่เป็นธาตุพิเศษ (ไม่นับเป็นหัวข้อใหม่)

5) แก่นแท้ [Quintessence] ธาตุเทพ แกนกลางของทุกสิ่ง หัวใจ [Heart] ด้วยความชอบ ความหลงใหลที่เรามีให้กับการ์ด ด้วยความรักที่คุณมีให้ต่อยูกิโอ ทุกท่านถึงมาอ่านบทความนี้ได้ยังไงล่ะครับ...

~ FIN ~

Comment

Comment:

Tweet